สายพันธุ์และการกระจายพันธุ์

สายพันธุ์และการกระจายพันธุ์

ดอก สีขาว ไม่กลีบดอก ออกเป็นช่อเล็ก ๆ มีกลิ่นหอม เป็นดอกสมบูรณ์เพศ เกิดที่ง่ามใบหรือดอก เป็นแบบ Axillary หรือ Terminal umbles ก้านดอกสั้น มีขนนุ่มอยู่ทั่วไป ตามง่ามใบและดอก ออกดอกในช่วงฤดูร้อนและกลายเป็นผลแก่ในประมาณเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน

ผล เป็นแบบ Capsule รูปไข่กลับค่อนข้างแบน ส่วนที่ติดกับขั้วเล็กเปลือกแข็ง มีขนสีเทา ผลยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ในเดือนสิงหาคม ผลเริ่มแก่และจะแตกอ้า มีเมล็ด 1 หรือ 2 เมล็ด  แบบ Ovoid ขนาดของเมล้ดยาว 5-6 เซนติเมตร มีหางเมล็ดมีแดงหรือส้มปกคลุมด้วยขนสั้นนิ่มมีสีแดงอมน้ำตาล

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการกระจายพันธุ์
กฤษณาเป็นไม้พื้นเมืองเก่าแก่ของประเทศไทย มีชื่อเรียกต่าง ๆกันขึ้นอยู่กับพื้นที่และภาษาถิ่น ทางภาคตะวันออกและภาคใต้ เรียกว่า ไม้หอม ไม้พวงมะพร้าว ส่วนแถบปัตตานี ยะลา นราธิวาส เรียกว่า กายูการู  กายูกาฮู ทางภาคเหนือ เรียกว่า ปอแต ส่วนในภาษาบาลี จะเรียกว่า อครุ และตคร ในภาษาจีน เรียกว่า  ติ่มเฮียง หมายถึง ไม้หอมที่จมน้ำ ในภาษาอังกฤษ มีเรียกกันหลายชื่อ เช่น อีเกิ้ลวูด (Eagle Wood) ลิกนั่มอะโลส์ (Lignum Aloes)  อะโลวูด (Aloe Wood) และคาร์ลัมบัก หรือ กะลัมพัก (Calambac)

ชนิดของไม้กฤษณา

กฤษณาหรือไม้หอม เป็นไม้ในสกุล เอควิลาเรีย (Aquilaria) วงศ์ไทเมลลีซีอี (Thymelaeaceae) คำว่า Aquilaria มาจากภาษาลาติน และภาษา อัคคาเดียน คือ “Aquila” หรือ “aquilae” (ภาษาลาติน) หมายถึง นกอินทรีย์ “ekle” (ภาษาอัคคาเดียน) หมายถึง ดำ ,เข้ม, กลางวัน พบทางภาคตะวันออกประเทศอินเดีย  และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ และ ปาปัวนิกินี ไม้กฤษณา (Eagle wood) โดยทั่วไปจะมีชนิดไม้ใน 4 สกุล ได้แก่ Gyrinops,Aetoxylon, Gongystylis  และที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง คือ Aquilalia ทั้งหมดอยู่ในวงศ์ Thymelaeaceae ซึ่งส่วนใหญ่ไม้ที่มีการตัดฟันมักเป็นไม้ในสกุล Aquilaria  ซึ่งทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 16 ชนิด สำหรับในประเทศไทย มีผลการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ (ดร.จงรัก) ยืนยันไม้กฤษณามีอยู่ 2 สกุลได้แก่ กฤษณา Aquilaria และกฤษณาน้อย Gyrinops พบทั้งหมดอยู่ 4 ชนิดได้แก่

1.    เอควิลาเรีย มาลัคเซนซิส  (Aquilaria malaccensis Lamk.)ชื่อพ้อง Aquilaria agallocha Roxb.
เป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุด โดยพบได้ในบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้น และที่ราบเนินเขา  โดยบริเวณที่พบ จะกระจายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ประเทศบังคลาเทศ ประเทศภูฎาน ประเทศอินเดีย โดยในประเทศอินเดียจะพบในแคว้นต่าง ๆ ดังนี้ แคว้นอัสสัม แคว้นมานิเปอร์ แคว้นเมกาลายา แคว้นทิปูรา ประเทศอินโดนีเซียพบในเกาะกาลิมันตัน เกาะสุมาตรา และบางส่วนในประเทศอิหร่าน ประเทศมาเลเซีย ในบริเวณพื้นที่เพนนินซูลา  ประเทศพม่า ประเทศฟิลลิปปินส์ ประเทศสิงค์โปร์ ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม ในบริเวณภาคใต้ส่วนของป่าที่ติดต่อกับชายแดนกัมพูชา  รวมทั้งผืนป่าทางตะวันออกของเมืองดานัง  กระทั่งถึงส่วนที่ติดชายแดนประเทศลาว

การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย
ภาคใต้  และภาคตะวันตกของประเทศไทย (ระนอง กระบี่ ตรัง พัทลุง ยะลา และ นราธิวาส)

นิเวศวิทยา
ขึ้นกระจายอยู่ในป่าดิบชื้น  ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน  ผลแก่ช่วงเดือน กรกฏาคม ถึง สิงหาคม

2.    เอควิลาเรีย คราสน่า (Aquilaria crassna Pierre ex Lec.) หรือ พันธุ์เขาใหญ่
ถิ่นกระจายพันธุ์
ลาว ,กัมพูชา, ไทย และเวียดนาม

การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย
ทั่วเกือบทุกภาคยกเว้นภาคใต้  พบในป่าดิบชื้น และป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ (เชียงราย แพร่ น่าน ) ภาคกลาง
(กำแพงเพชร  เพชรบูรณ์ นครนายก) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ) ภาคตะวันออก (ปราจีนบุรี สระแก้ว ) พบมาบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฎ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อ่างฤๅไน และภูเขียว

นิเวศวิทยา
ขึ้นกระจายทั่วไปพื้นที่เป็นสันดอนไม่มีน้ำขังในป่าดงดิบ  ซึ่งส่วนใหญ่พบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นจันทบูรณ์ ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน  ผลแก่ช่วงเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม

3.    .เอควิลาเรีย สับอินทิกร้า  (Aquilaria subintegra Hou.)    พันธุ์เขมรหรือพันธุ์จันทบุรี
ถิ่นกระจายพันธุ์
กระจายพันธุ์อยู่  ในคาบมลายู และในกัมพูชา

การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย
พบในจังหวัดปัตตานี อำเภอแว้ง และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา – บาลา จังหวัดนราธิวาส และทางภาคตะวันออกโดยเฉพาะเขาสอยดาว จ.จันทบุรี

นิเวศวิทยา
ขึ้นกระจายอยู่ทั้งในป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้นในบริเวณที่ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี เป็นสันดอน ที่ระดับความสูง 300-550 เมตร จากความสูงของระดับน้ำทะเล

4.     กฤษณาน้อย     (Gyrinops vidalii P.H.HO)
การกระจายพันธุ์
กฤษณาน้อยมีการกระจายพันธุ์แคบ  พบเฉพาะที่ประเทศลาว (เวียงจันทร์) เพียงครั้งเดียวและพบน้อยมากที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.บุ่งคล้า จ.หนองคาย ทางตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งเข้าใจว่ามีการลับลอบตัดเพื่อเอาแก่น ที่มีคุณลักษณะและคุณสมบัติเช่นเดียวกับแก่นกฤษณาหรือไม้หอมที่เป็นพืชวงศ์เดียวกัน แต่อยู่ในสกุล Aquilaria อย่างไรก็ตามจากการศึกษาด้านความสัมพันธุ์และวิวัฒนาการ พืชสองสกุลนี้มีลักษณะใกล้เคียงกันมาก และมีผู้เสนอให้ยุบรวมกัน

นิเวศวิทยา
พบขึ้นในป่าดิบที่ลุ่ม ความสูงของระดับน้ำทะเล 200-300 เมตร  พบขึ้นปะปนในสังคมพืชที่มีไม้วงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) ที่ไม่ผลัดใบเป็นไม้เด่น  เช่น เกล็ดเข้ ซึ่งเป็นไม้หายากมากอีกชนิดหนึ่ง  ยางแดง ตะเคียนเต็ง และพันจำกฤษณาน้อยนับว่าเป็นพืชหายากมาก และสามารถจัดสถานะภาพการอนุรักษ์ในระดับ CR (Critically Endangered)

Post a Response