Archive for October, 2008
เทคนิคและกระบวนการกลั่นน้ำมันกฤษณา
เทคนิคและกระบวนการกลั่นน้ำมันกฤษณา
กระบวนการกลั่นน้ำมันกฤษณาเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะน้ำมันกฤษณาที่กลั่นออกมาได้คุณภาพดี จะสามารถขายได้ราคาสูง ซึ่งจะมีเทคนิคต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบุคคล แต่หลักการโดยทั่วๆไป จะเป็นการต้มน้ำให้เดือดเป็นไอ เมื่อไอน้ำหรือน้ำร้อนสัมผัสแทรกตัวเข้าไปในผนังเซลล์ของเนื้อเยื่อไม้กฤษณา สารกฤษณาซึ่งอยู่ภายใต้เซลล์จะถูกไอน้ำดึงสารกฤษณาให้แพร่ผ่านผนังเซลล์ออกมา แล้วระเหยเป็นไอปนมากับไอน้ำ จากนั้นจะผ่านกระบวนการควบแน่น โดยการทำให้เย็นลงกลายเป็นของเหลวใหม่จะพบว่าน้ำมันกฤษณาและน้ำจะแยกออกจากกันเป็นชั้น ๆ จึงสะดวกต่อการแยกเก็บอีกครั้งในขั้นตอนสุดท้าย
วิธีการกลั่นน้ำมันกฤษณาจากไม้กฤษณานั้น กระบวนการที่นิยมกัน คือ การต้มกลั่นแบบใช้น้ำ ไม้กฤษณาเกรด 4 ที่มีปริมาณสารกฤษณาอยู่น้อยจะถูกนำมาผ่านกระบวนการกลั่นเพื่อเอาน้ำมันกฤษณาผ่านกระบวนการต้มกลั่นแบบใช้น้ำ ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนมากมักจะนิยมใช้ โดยอาศัยวิธีการเทคโนโลยีชาวบ้านอย่างง่าย ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้โดยทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการกลั่นด้วยไอน้ำ ที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาอีกระดับหนึ่งก่อนที่จะได้รับการพัฒนา ต่อมาเป็นการกลั่นด้วยไอน้ำแบบต่อเนื่อง
กระบวนการต้มกลั่นแบบใช้น้ำ
กระบวนการต้มกลั่นแบบใช้น้ำ ใช้น้ำเป็นตัวสกัดโดยการใส่วัตถุดิบลงไปผสมกับน้ำวัตถุลอยตัวอยู่แล้วต้มน้ำในหม้อต้มโดยใช้แก๊สให้เดือด จากนั้นสารกฤษณาจะถูกพาออกมาในลักษณะที่รวมกับไอน้ำและถูกผ่านเข้าไปสู่ขั้นตอนการควบแน่นให้เป็นของเหลว ซึ่งมีการแยกชั้นชัดเจนระหว่างน้ำและน้ำมันกฤษณา ทำให้แยกออกมาได้อย่างง่ายมาก
การกลั่นด้วยวิธีนี้ถือว่ารวดเร็วสะดวกลงทุนน้อยกว่าวิธีอื่น ๆ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย การกลั่นด้วยวิธีนี้โดยทั่วไปจะใช้เวลา 5-10 วัน ต่อการกลั่นหนึ่งครั้ง แต่มีข้อเสียคือ
1. การควบคุมความสม่ำเสมอของการให้ความร้อนอาจจะไม่กระจายดีนัก
2. เวลาที่ใช้ค่อนข้างจะนานกว่าปกติ
3. ประสิทธิภาพในการสกัด และการพาน้ำมันกฤษณาออกมายังน้อยอยู่
การต้มกลั่นด้วยวิธีนี้เกิดขึ้นที่อุณหภูมิและความดันไอน้ำต่ำ จึงเป็นทีนิยมมาตั้งแต่โบราณ การต้มกลั่นแบบ นี้ยังเป็นที่นิยมตราบเท่าปัจจุบัน เนื่องจากลงทุนน้อย มีความเหมาะสมเชิงเศรษฐกิจมากกว่า สำหรับกระบวนการจากไม้กฤษณาจนถึงการต้มกลั่นจะเริ่มจากลำดับขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
1) การคัดเลือกไม้กฤษณาตามเกรดต่าง ๆที่ทำสารกระตุ้นไว้ โดยไม้เกรด 1 ,เกรด [...]
ปัจจัยที่ทำให้เกิดสารกฤษณา
ปัจจัยที่ทำให้เกิดสารกฤษณา
ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่าสารกฤษณาจะเกิดขึ้นกับต้นกฤษณาที่ตายแล้ว โดยเป็นผลจากเชื้อรา ผู้หา
ของป่าจะใช้มีด ขวาน สับ คุ้ยหาสารกฤษณาบนต้นที่ตายแล้ว ต่อมาเมื่อมีความต้องการไม้สูงมากขึ้น จึงมีการโค่นต้นกฤษณาต้นใหญ่แล้วปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติ เมื่อต้นเริ่มผุ จึงเริ่มขุดคุ้ยหาสารกฤษณา ซึ่งโอกาสที่ผู้หาของป่าจะพบสารกฤษณามีอยู่น้อยมาก
ในระยะต่อมาพรานป่าเริ่มจะใช้มีด ขวาน เฉาะ ตรวจสอบหาสารกฤษณาเข้าไปในส่วนต่าง ๆ ของเนื้อไม้ ที่ยังมีชิวิตอยู่ เพื่อดูว่ามีสารกฤษณาอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็มักจะโค่นต้นไม้ลงมา ถ้าไม่มีก็จะเว้นต้นกฤษณาต้นนั้นไว้ก่อน แล้วเวียนมาตรวจสอบภายหลัง
จากการกระทำลักษณะนี้จึงทำให้เป็นการค้นพบโดยบังเอิญว่าบริเวณเนื้อไม้บาดแผลที่ถูกขวานฟันเอาไว้ ค่อย ๆ เกิดสารกฤษณาแทรกซึมลงในเนื้อไม้ทิ้งระยะเวลาไว้ 6-8 เดือน ก็จะเปลี่ยนเนื้อไม้จากสีขาวเป็นสีเหลืองแก่หรือน้ำตาลอ่อน พรานป่าจะใช้สิ่วเล็ก ๆ สกัดส่วนที่มีสารกฤษณาไปขาย แต่จะได้สารกฤษณาจำนวนไม่มาก เนื่องจากสารกฤษณาสะสมบริเวณผิวของบาดแผลบาง ๆ เท่านั้น วิธีการนี้จึงเป็นการพัฒนาการการเก็บสารกฤษณาของชาวบ้าน เรียกว่า ไม้ปากขวาน
เนื่องจากต้นกฤษณาเป็นต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม จะสะสมอยู่ในรูปของสารกฤษณา(resin) ภายในเนื้อไม้ ทำให้ไม้มีคุณค่ามากขึ้น จากเงื่อนไขนี้ทำให้ต้นกฤษณาในธรรมชาติถูกตัดโค่นมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากการคาดการณ์ของผู้หาของป่าว่าน่าจะมีสารกฤษณาอยู่ในเนื้อไม้ โดยถ้าหากไม่มีเนื้อสารกฤษณาอยู่ในเนื้อไม้ก็จะเป็นแค่ไม้เนื้ออ่อนธรรมดาชนิดหนึ่งเท่านั้น
ข้อมูลจากพรานป่าในการตัดฟันต้นไม้ในธรรมชาติ จะมีโอกาสในการเจอต้นที่มีแก่นกฤษณาจริง ๆ ประมาณ ไม่เกินร้อยละ 5 เท่านั้น นับว่าเป็นการสูญเปล่า และสูญเสียไม้กฤษณาในธรรมชาติอย่างยิ่ง พรานป่าจะมีวิธีการในการสังเกตลักษณะภายนอกของต้นกฤษณา พอจะสันนิษฐานว่าต้นไหนจะมีแก่นกฤษณาอยู่ ดังนี้
1) ดูลักษณะของลำต้น [...]